สงกรานต์ นี้…สาดน้ำไม่กลัวแดด ด้วย 5 วิธีการ ป้องกันผิวเสีย

สงกรานต์ นี้...สาดน้ำไม่กลัวแดด ด้วย 5 วิธีการ ป้องกันผิวเสีย

          ก่อนที่วัน สงกรานต์ จะมาถึงหลายคนลงทุนเตรียมพร้อมร่างกายเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการฟิตหุ่นและบำรุงผิวแบบจัดเต็ม เพื่อหวังอวดผิวสวยสุขภาพดีให้เพื่อนๆ ได้อิจฉา ! แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าการเล่นน้ำสงกรานต์กลางแดดจ้าในตอนกลางวัน ย่อมส่งผลเสียต่อผิวพรรณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนเพลิดเพลินจำเริญใจไปกับการสาดน้ำ จนทำให้ผิวไหม้เกรียมหรืออักเสบจากการตากแดดนานเกินไป ยิ่งสำหรับใครที่ตั้งใจมาพลีชีพใส่ชุดอวดผิวท้าแดดด้วยแล้ว หลังหมดความสนุกสนานต้องกลับมานั่งฟื้นฟูผิวนานสองนาน กว่าจะกลับมาสวยเปร่งปรั่งดังเดิม

          แม้จะรู้ดีถึงผลเสียต่อสุขภาพผิวจากการเล่นน้ำกลางแจ้ง แต่ใครจะอดใจไหวเพราะเทศกาลสาดน้ำมีเพียงปีละ 3-5 วันเท่านั้นเอง บทความนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผิวในช่วงเทศกาล สงกรานต์ สำหรับเป็นแนวปฏิบัติเบื้องต้นให้ทุกคนได้จำเป็นไปเป็นไกค์ไลน์ จะได้สนุกสนานไปกับการเล่นน้ำโดยไร้ความกังวลใจ แต่ในขณะเดียวกันผิวยังคงสุขภาพดีไม่คล้ำเสียไปกับแสงยูวี…

          แสงแดดตัวการทำลายผิวสวยให้หมองคล้ำ แสงแดดที่ส่องมายังพื้นโลกประกอบด้วยแสงสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ 

          ส่วนที่ 1 แสงยูวี (UV) เป็นแสงที่มองไม่เห็นแต่มีพลังงานสูงและเป็นสาเหตุสำคัญของผิวไหม้แดง ผิวคล้ำ มะเร็งผิวหนัง และผิวชราจากแดด แม้จะมีปริมาณเพียง 5% ของแสงแดดทั้งหมดก็ตาม แสงยูวียังแบ่งย่อยตามความยาวคลื่น คือ “ยูวีเอ” (UVA)  และ “ยูวีบี” (UVB) คือ แสงยูวีที่มีในแสงแดดที่ส่องมายังพื้นโลก ยาหรือครีมกันแดดในปัจจุบันถูกผลิตขึ้นมาให้สามารถป้องกันยูวีบีและเอ ได้เกือบ 100% ยกเว้น “ยูวีเอ-วัน” ที่มีคลื่นยาวมาก ยาและครียมกันแดดรุ่นเก่ามักจะป้องกันได้ไม่ดี จึงเป็นสาเหตุของผิวคล้ำเสีย และ “ยูวีซี” (UVC) มีความยาวคลื่นสั้นที่สุดสามารถฆ่าเชื้อโรคได้แต่ถูกกรองโดยโอโซน ทำให้ไม่มาถึงพื้นโลกหรือมีเพียงเล็กน้อยบริเวณที่มีโอโซนบาง

          ส่วนที่ 2 แสงที่ให้ความสว่าง (visible light) มีปริมาณ 45 % ของแสงแดดทั้งหมด แสงนี้มีพลังงานต่ำกว่าแสงยูวีหลายพันเท่า แต่ถ้าได้รับเป็นเวลานาน เช่น ตลอดทั้งวันก็สามารถทำให้ผิวคล้ำเสีย หรือเสื่อมได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากสามารถกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระและครีมกันแดดในปัจจุบันไม่สามารถป้องกันได้ ยกเว้นที่มีส่วนประกอบของ Red iron oxide ซึ่งจะมีสีชมพูแดงหรือการใช้ผ้าปกปิด

          ส่วนที่ 3 แสงอินฟราเรด (Infrared) คือแสงที่ให้ความร้อน มีปริมาณ 50% ของแสงแดดทั้งหมด และมีพลังงานต่ำกว่าแสงที่ให้ความสว่าง แต่ก็สามารถทำให้เกิดผิวคล้ำและเสื่อมได้ เนื่องจากสามารถกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระได้แต่ต้องได้สัมผัสในปริมาณสูงมาก ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันแสงอินฟราเรด ที่มีประสิทธิภาพนอกจากการหลีกเลี่ยงการสัมผัส

          รู้จักอาการ “ผิวอักเสบ” และ “ผิวไหม้” จากแสงแดด

          อันตรายจากแสงแดดขณะเล่นน้ำสงกรานต์ คือ “ผิวหนังอักเสบจากแสงแดด” หากรักษาไม่ถูกวิธีจะกลายเป็นต้นตอให้เกิดปัญหาผิวอื่นๆ ตามมา สำหรับอาการเบื้องต้นของผิวหนังอักเสบนั้น จะเริ่มจากมีอาการคันและแสบผิว รู้สึกได้ถึงความร้อนที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนัง เมื่อใดก็ตามที่เริ่มรู้สึกมีอาการเหล่านี้ให้รีบหยุดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ทันที เพราะหากยังคงพยายามฝืนสาดน้ำหรือตากแดดต่อไป จะทำให้ผิวหนังเกิดอาการไหม้จากแสงแดดขึ้นได้

          สำหรับอาการของผิวไหม้จากแสงแดดนั้น เมื่อเลิกทำกิจกรรมกลางแจ้งใหม่ๆ ผิวจะเปลี่ยนเป็นสีแดง และมีอาการแสบผิวเป็นอย่างมาก เมื่อผ่านไปหนึ่งวันผิวจะกลายเป็นสีคล้ำและเริ่มมีอาการคัน พร้อมกับมีผิวหนังลอกออกมาเป็นขุย ในช่วงนี้ไม่ควรทำทรีตเมนต์หรือทาไวเทนนิงเด็ดขาด เพราะหลังผิวหนังไหม้แดดในช่วงแรกจะเกิดการระคายเคืองและทำให้ผิวดำกว่าเดิม ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยตรง เพราะหากปล่อยให้ผิวหนังมีการอักเสบเรื้อรัง อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อและมะเร็งผิวหนังในระยะยาว !

         เคล็ดไม่ลับ… เล่นน้ำสงกรานต์อย่างไร ไม่ทำให้ผิวเสีย 

          ควรเลือกเล่นน้ำในช่วงเวลาก่อน 10.00 น. หรือหลัง 15.00 น. เป็นต้นไป เพื่อหลีกเลี่ยงปริมาณรังสี UV ที่เข้มข้น ซึ่งเป็นตัวการทำให้ผิวหมองคล้ำและเหี่ยวย่นได้ง่าย แต่หากมีความจำเป็นต้องถูกแดดควรปกปิดผิวกายด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าโปร่งสบายผิว อาจเป็นเสื้อแขนยาวหรือกางเกงขายาวที่ค่อนข้างหลวมไม่รัดพอดีกับตัวมากเกินไป ถ้าทำมาจากผ้าฝ้ายจะช่วยระบายอากาศได้ดี ป้องกันการอับชื้นและปกป้องผิว ไม่ให้หมองคล้ำ และหลังจากเสร็จกิจกรรมเล่นน้ำ ให้รีบทำความสะอาดผิว โดยการอาบน้ำเมื่อกลับถึงบ้านทันทีและเช็ดทำสะอาดผิวให้แห้ง

5 ไอเทมเด็ดป้องกันแสงแดด

• เสื้อผ้า เสื้อผ้าเนื้อแน่น สีเข้ม หนา จะป้องกันแสงทุกประเภทได้ประมาณ 90 %
• ร่ม เนื้อผ้าของร่มส่วนใหญ่จะกันแสงแดดได้ดีประมาณ 80% – 90% ประสิทธิภาพในการป้องกันแดดของร่มขึ้นอยู่กับตำแหน่งของดวงอาทิตย์ และ ระยะห่างของร่มจากผู้ใช้ ถ้าร่มและตำแหน่งของดวงอาทิตย์ อยู่เหนือศีรษะพอดีก็จะป้องกันได้ดีที่สุด แต่โลกมีการเคลื่อนที่ ดวงอาทิตย์จึงจะไม่อยู่ตำแหน่งเดิมตลอดเวลา เพราะฉะนั้นร่มจึงมีประสิทธิภาพในการป้องกันประมาณ 70-80%
• หมวก หมวกปีกกว้าง เนื้อหนา สีเข้ม ก็จะป้องกันแสงได้มากที่สุด
• แว่นกันแดด การป้องกันแสงแดดด้วยแว่นตา ไม่จำเป็นต้องเป็นแว่นตาราคาแพง เพราะประสิทธิภาพในการป้องกันยูวีแตกต่างกันไม่มาก จะแตกต่างเพียงสไตล์การออกแบบเท่านั้น แว่นตากันแดดที่ดีจะเป็นแว่นที่คาดมาถึงด้านข้าง (Wrap around) และมีการ์ดด้านบนเพื่อป้องกันแสงแดด การใช้แว่นกันแดดมีประโยชน์มาก หากแสงแดดมาจากด้านหน้าแว่นกันแดดจะปกป้องได้ดี
• ครีมกันแดด ควรทาครีมกันแดดให้หนาสม่ำเสมอ เพราะผิวของมนุษย์ไม่เรียบ มีรอยหยักตื้นเป็นคลื่น ถ้าเราทาเพียงชั้นเดียวก็จะเหลือบริเวณที่ครีมกันแดดครอบคลุมไม่ถึง เพราะฉะนั้นจึงควรต้องทาครีมกันแดดบางๆ ทับกัน 2 รอบ และทาครีมกันแดดเฉพาะผิวหนังที่ไม่สามารถปกปิดได้ด้วยเสื้อผ้า เช่น ใบหน้า คอ หรือ หลังมือ เป็นต้น เลือกใช้ครีมกันแดดสูตรกันน้ำที่มี SPF 50 PA+++ ทาลงบนผิวหน้าและผิวกายก่อนออกแดดประมาณ 20 นาที และควรทาซ้ำทุก 2- 4 ชั่วโมง

สงกรานต์ นี้...สาดน้ำไม่กลัวแดด ด้วย 5 วิธีการ ป้องกันผิวเสีย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *